นางรำนับหมื่นคนรำถวาย “กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม”

นางรำนับหมื่นคนรำถวาย “กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม”

ผู้ว่าฯ นำ จนท.ส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่น ภาคเอกชนและประชาชน พร้อมนางรำนับหมื่นคนรำถวาย “กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม” ฉลองเมืองอุดรฯ 130 ปี ที่บริเวณลานพระอนุสาวรีย์ฯ

เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2566 ที่พระอนุสาวรีย์พลตรีพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี เป็นประธานพิธี วันที่ระลึกการก่อตั้งเมืองอุดรธานี 130 ปี โดยมี หม่องหลวงสุพิชฌาย์ ทองใหญ่ อัศวนันท์ ผู้แทนราชสกุลทองใหญ่ นายวันชัย คงเกษม ผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี นำส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองท้องถิ่น ภาคเอกชนประชาชน โดยเฉพาะประชาชนมาร่วมรำบวงสรวงกว่า 10,000 คน

พิธีการในช่วงเช้า นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี นำทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 130 รูป เชิญพานพุ่มดอกไม้สด ถวายราชสักการะเบื้องหน้าพระอนุสาวรีย์พลตรีพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม, ประกอบพิธีสงฆ์ ถวายภัตตาหารปิ่นโต จตุปัจจัยไทยธรรม, ประกอบพิธีสู่ขวัญบ้าน สู่ขวัญเมือง ด้วยพานบายศรียักษ์ มีนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี รำบายศรีสู่ขวัญบ้าน สู่ขวัญเมือง ก่อนประกอบพิธีถวายเครื่องบวงสรวงสังเวย

จากนั้นนายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี อ่านประกาศสดุดีเฉลิมพระเกียรติ พลตรีพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม ความว่า พระองค์ทรวงเป็นพระราชโอรสองค์ที่ 25 ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 กับเจ้าจอมมารดาสังวาล ประสูติ 5 เมษายน พ.ศ. 2399 มีพระนามเดิมว่าพระเจ้าลูกยาเธอพระองค์เจ้าทองกองก้อนใหญ่ พระองค์ทรงเป็นต้นราชสกุล “ทองใหญ่”

เมื่อ ร.ศ.112 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ไทยเกิดกรณีพิพาทเรื่องดินแดนกับฝรั่งเศส โดยฝรั่งเศสได้ส่งเรือรบเข้ามาปิดปากน้ำเจ้าพระยา บังคับให้ไทยยกดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง ให้แก่ฝรั่งเศส โดยไทยจะต้องไม่มีกองกำลัง ตลอดแนวลำน้ำโขง 25 กม. ซึ่งขณะนั้นพลตรีพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม ทรงดำรงตำแหน่งข้าหลวงต่างพระองค์ ผู้สำเร็จราชการมณฑลฝ่ายเหนือ มีกองบัญชาการตั้งอยู่ ณ เมืองหนองคาย จำเป็นต้องย้ายกองบัญชาการลงมาทางใต้

นางรำนับหมื่นคนรำถวาย “กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม”

เมื่อวันที่ 18 มกราคม ร.ศ.112 ทรงเห็นว่าบ้านหมากแข้ง มีทำเลและชัยภูมิเหมาะสม ที่จะตั้งกองบัญชาการสามารถใช้เป็นศูนย์กลาง บังคับบัญชาหัวเมืองโดยรอบได้ จึงตั้งกองบัญชาการแห่งใหม่ขึ้น ณ ที่แห่งนี้ การตัดสินพระทัยของพระองค์ แสดงให้เห็นถึงพระอัจฉริยภาพ พระปรีชาสามารถ และพระวิริยะอุสาหะ ทรงอดทนต่อความลำบากไม่ได้ย่อท้อ ประกอบกับมีสายพระเนตรอันยาวไกล บ้านหมากแข้งจึงพัฒนาเจริญรุ่งเรืองเป็น จ.อุดรธานี ในปัจจุบัน

พลตรีพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม ขณะดำรงพระชนชีพ ทรงเป็นนักการทหาร นักปกครอง ที่ปรีชาสามารถยิ่งพระองค์หนึ่ง อีกทั้งเชี่ยวชาญในศิลปะ วิทยาการหลายแขนง ไม่ว่าจะเป็นด้านการช่าง กวีนิพนธ์ การคลัง และยังคงรับราชการในตำแหน่งสำคัญ ผู้บังคับบัญชากรมทหารล้อมพระราชวัง, แม่ทัพใหญ่ฝ่ายใต้ ที่ยกกำลังไปปราบพวกฮ่อ ณ มณฑลลาวพวน เสนาบดีกระทรวงกลาโหม และองคมนตรี พระองค์สิ้นพระชนม์ด้วยโรคอันตะพิการ เมื่อ 25 มกราคม 2467 สิริพระชันษา 68 ปี

จากนั้นประชาชนชาวอุดรธานีกว่า 10,000 คน สวนเสื้อสีแสด หรือสีของ “ดอกทองกวาว” ที่อยู่ในบันทึกของพลตรีพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม ว่าเมื่อครั้งยกไพร่พลจากหนองคาย ตามเส้นทางมาถึงบ้านเดื่อหมากแข้ง ต้นทองกวาวออกดอกตลอดทาง สวมผ้าถุงทอมือสีเข้ม พาดด้วยผ้าเบี่ยงหรือสไบ ผมทัดด้วยดอกทองกวาว มารำบวงสรวงสดุดีนำมาลัยกรถวาย ถือเป็นประเพณีตั้งแต่ตั้งพระอนุสาวรีย์ฯ

การรำบวงสรวงของประชาชน มีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่รำบวงสรวงล้อมรอบพระอนุสาวรีย์ฯ ก็ถูกขยายไปบนถนน 5 สาย ประกอบด้วย ถนนทหาร 2 ด้าน, ถนนศรีสุข, ถนนโภคานุสรณ์ และถนนสุรการ เหมือนกับรัศมีสีแสด 5 แฉก “กินเนส เวิลด์ เรคคอร์ด” ได้บันทึกสถิติโลกไว้

แต่ในช่วงการระบาดโควิด-19 ได้งดรำบวงสรวงในปี 64 และปี 65 รำกระจายตามจุดต่างๆ และถ่ายทอดสัญญาณมาที่พระอนุสาวรีย์ฯ ในปีนี้ได้กลับมารำที่พระอนุสาวรีย์อีกครั้ง

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ jacqlynbears.com

แทงบอล

Releated